Oxygen Cell Rejuvenation
ทางเลือกใหม่เพื่อคนใส่ใจสุขภาพ

ออกซิเจนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด บทบาทของออกซิเจนไม่เพียงแต่จำกัดอยู่ที่การหายใจเพื่อการมีชีวิต แต่ยังมีความสำคัญในการฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพด้วยเทคนิคการบำบัดที่ทันสมัย ออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBOT) เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและนิยมใช้ในการรักษาโรคและการฟื้นฟูร่างกาย

Oxygen Cell Rejuvenation คืออะไร?

Oxygen Cell Rejuvenation คือ การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBO) ที่ใช้เครื่อง Hyperbaric Oxygen Chamber เพื่อให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดละลายได้มากขึ้น การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคหลากหลายประเภท

หลักการทำงานของ Oxygen Cell Rejuvenation

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) ทำงานโดยการเพิ่มความดันบรรยากาศในเครื่อง Hyperbaric Oxygen Chamber ขึ้นไปถึง 2-3 เท่าของความดันบรรยากาศปกติ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในเครื่องได้หายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ซึ่งจะทำให้ออกซิเจนในเลือดละลายได้มากขึ้น

ภาวะที่สามารถรักษาได้ด้วยการบำบัดออกซิเจนความดันสูง

ภาวะที่บ่งชี้ว่าควรได้รับการรักษาด้วย HBOT

สมาคมเวชศาสตร์ใต้น้ำและเวชศาสตร์ความกดบรรยากาศสูง (UHMS: Undersea and Hyperbaric Medicine Society) ได้จำแนกภาวะที่บ่งชี้ว่าควรได้รับการรักษาด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง (HBOT) ไว้ทั้งหมด 14 อย่าง ได้แก่:

  1. โรคฟองแก๊สอุดตันในหลอดเลือดแดง (Air or Gas Embolism)

  2. โรคคาร์บอนมอนนอกไซด์เป็นพิษ / การสำลักควันไฟ (CO Poisoning and Smoke Inhalation)

  3. การติดเชื้อของเนื้อเยื่อจากแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Clostridial Gas Gangrene)

  4. การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเนื่องจากการถูกบดขยี้ (Crush Injury: Compartment Syndrome, Acute Traumatic Ischemia)

  5. โรคลดความกด (Decompression Sickness)

  6. โรคแผลหายยาก (Problem Wounds)

    • แผลเบาหวาน (Diabetic Ulcers)

    • แผลเนื่องจากการกดทับ (Pressure Ulcers)

    • แผลเนื่องจากการไหลเวียนในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดงได้ดี (Ischemic Ulcers)

  7. โลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดจำนวนมาก (Exceptional Blood Loss)

  8. การติดเชื้อและมีการตายของเนื้อเยื่อ (Necrotizing Soft Tissue Infections)

  9. การติดเชื้อเรื้อรังของเยื่อหุ้มกระดูก (Refractory Osteomyelitis)

  10. การปลูกถ่ายผิวหนังและกล้ามเนื้อ (Compromised Skin Grafts or Flaps)

  11. การได้รับบาดเจ็บจากรังสี (Radiation Injury)

    • กระดูกและเนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับรังสี (Osteoradionecrosis, ORN)

    • เนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับรังสี (Soft Tissue Radionecrosis, STRN)

    • ฟันผุเนื่องจากได้รับรังสี (Radiation Caries)

  12. แผลไหม้จากความร้อน (Thermal Burn)

  13. โรคฝีในสมอง (Intracranial Abscess)

  14. หูดับเฉียบพลัน (Idiopathic Sudden Sensorineural Hearing Loss)

 

ประโยชน์ของการทำ Oxygen Cell Rejuvenation

ประโยชน์ต่อสุขภาพและการรักษา

  1. ลดอาการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ และลดอาการปอดบวม
  2. กระตุ้นการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ
  3. ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดใหม่
  4. เสริมการทำงานของระบบหลอดเลือดฝอย
  5. กระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์ (Stem Cell) ที่ใช้เจริญเติบโตทดแทนเซลล์ทั่วไปในร่างกาย
  6. ช่วยยับยั้งและต่อต้านการติดเชื้อบางชนิด
  7. เพิ่มประสิทธิภาพเซลล์เม็ดเลือดขาวในการทำลายเชื้อโรค
  8. ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปสู่อวัยวะที่ขาดเลือดได้ดีขึ้น
  9. ลดขนาดของฟองอากาศในเนื้อเยื่อและหลอดเลือด

ข้อควรระวังและผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง

แม้ว่าการรักษาด้วยออกซิเจนหรือออกซิเจนบำบัดจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ดีขึ้น แต่ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่อาจมีความเสี่ยงหรือไม่เหมาะกับการรักษาด้วยรูปแบบดังกล่าว เช่น:

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

หากไม่แน่ใจว่าตนเองสามารถเข้ารับการบำบัดได้หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Hyperbaric Oxygen Therapy ก่อนเพื่อความมั่นใจ